วันจันทร์ที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2558

ss2 - 01



ผมไม่อยากเชื่อว่าคนที่ภายนอกดูสูงสง่า น่าเกรงขาม และดุดัน
ภายในพวกเขาจะ..

“อื้อ..”

ผมนิ่วหน้าเมื่อแท่งพลาสติกขนาดใหญ่ถูกสอดเข้ามายังร่างกาย ปลายเท้าจิกลงกับเตียงแน่นเมื่อรู้สึกอึดอัดอยู่ไม่น้อย ก่อนจะต้องหลับตาลงในยามที่ร่างสูงค่อยๆ ขยับมันเข้าออก
จังหวะเนิบนาบในตอนแรกค่อยๆ รัวเร็วมากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อช่องทางร้อนของผมเริ่มเข้าออกได้สะดวก
มือหนายังคงทำมันอยู่แบบนั้น.. ในขณะเดียวกันก็โน้มใบหน้าคมเข้ามาใกล้ก่อนจะแตะปลายลิ้นลงมากวาดวนอยู่ที่บริเวณยอดอก ความเสียววาบที่ได้รับทำให้ผมจิกมือลงบนเชือกที่รัดแขนของตัวเองอยู่แรงๆ แผ่นหลังเผลอแอ่นขึ้นรับโดยอัตโนมัติ นั่นทำให้ร่างสูงยกยิ้มขึ้นด้วยความพอใจก่อนที่เขาจะใช้ริมฝีปากงับดูดซ้ำไปมาจนตุ่มไตนั้นแข็งตึง
“อ..อ๊า” ผมอ้าปากหอบหายใจหนักเมื่อร่างสูงดันแท่งกลมมนนั้นเข้ามาลึกๆ จนส่วนปลายของมันสะกิดเข้ากับจุดกระสัน เขาใช้มือหนาอีกข้างกอบกำแกนกายของผมเอาไว้ก่อนจะขยับรูดให้เป็นจังหวะเดียวกันกับการสอดใส่
ทุกจังหวะที่เข้าออกนั้นทำให้ผมแทบคลั่ง แอลกอฮอล์ที่ร่วมนั่งดื่มสังสรรค์กับพวกคิงไปเมื่อครู่ก็เริ่มจะออกฤทธิ์ ผมเริ่มจะมึนงงและจับต้นชนปลายอะไรไม่ถูก สิ่งที่รับรู้ได้ในตอนนี้มีเพียงแค่ความรู้สึกปั่นป่วนและเสียววาบไปทั้งร่างกายจนขนอ่อนพร้อมใจกันลุกซู่ขึ้นมาอย่างพร้อมเพรียง
“อ๊ะ!” ก่อนจะต้องปรือตาขึ้นมามองเมื่อจู่ๆ แท่งพลาสติกที่อยู่ในตัวมันก็สั่นไหว ร่างสูงขยับกายขึ้นมาคร่อมคุกเข่าอยู่ตรงหน้า มือหนาเร้ารูดแกนกายของตัวเองที่กำลังชี้โด่ ส่วนอีกข้างก็กดรีโมทเพิ่มระดับความแรงให้มันสั่นมากยิ่งขึ้น นั่นทำให้ผมถึงกับนอนอยู่เฉยๆ ไม่ได้
ความเสียวกระสันที่ได้รับนำพาให้ร่างกายบิดเร่าดิ้นพล่าน ปลายเท้าจิกลงกับเตียงจนผ้าปูที่นอนยับยู่ยี่ แต่ก็ไม่สามารถเปล่งเสียงครางใดๆ ออกไปได้เพราะทันทีที่อ้าปากแกนกายคับใหญ่ก็ถูกส่งเข้ามาด้านใน
“อ..อึก” ท้ายทอยของผมถูกร่างสูงบีบเอาไว้ให้มั่น ก่อนที่เอวแกร่งจะค่อยๆ ซอยตัวเองเข้ามาเป็นจังหวะ เขาเงยหน้าขึ้นไปหลับตาสูดปากเพื่อระบายความเสียวในยามที่ผมตอบสนองกลับไป เพราะทำงานด้านนี้มานานจึงรู้ว่าต้องทำอย่างไรลูกค้าถึงจะพอใจ
ผมใช้ปลายลิ้นตวัดเลียไปทั่วๆ เนื้อร้อนสลับกับห่อริมฝีปากดูดดุนตรงส่วนปลายหนักๆ จนยูคยอมถึงกับครางเสียงต่ำ พยายามอ้าปากให้กว้างมากขึ้นเพื่อที่จะไม่โดนกับฟันคม หากแต่ความเสียวจากสิ่งที่เสียบคาเอาไว้ตรงช่องทางของตัวเองนั้นก็ทำให้ผมควบคุมตัวเองไม่ได้ซักเท่าไหร่
“อ๊า.. ผม” เมื่อรู้สึกเสียววาบผมก็เผลอผละออกมาครางเสียงสั่น เรียกให้ร่างสูงก้มลงมากระตุกยิ้มก่อนจะบีบที่ข้างแก้มแรงๆ แล้วสอดเอ็นร้อนเข้ามาอีกจนสุดความยาวจากนั้นก็ซอยเป็นจังหวะถี่
ปลายมนที่สะกิดโดนตรงคอหอยเป็นพักๆ ทำให้ผมถึงกับสำลัก แต่ร่างสูงก็ดูจะขำขันและสนุกไปกับมัน เขาทำอยู่ซักพักก็เป็นฝ่ายถอนออกไปแล้วไล้ปลายหัวแม่มือเช็ดคราบน้ำใสๆ ที่ไหลออกมาตรงมุมปากให้
“อื้อ..” ผมสะดุ้งเมื่อจู่ๆ แท่งพลาสติกขนาดใหญ่นั้นก็ถูกถอนออกไป ความโล่งที่ได้รับเรียกให้ช่องทางนั้นขมิบเข้าหากันอย่างอัตโนมัติ ก่อนที่ผมจะต้องเบ้หน้าเมื่อยูคยอมจับแกนเนื้อของตัวเองสอดใส่เข้ามาแบบไม่บอกไม่กล่าว
มือหนาจับขาทั้งสองข้างแยกออก เขายกสะโพกของผมขึ้นเล็กน้อยเพื่อให้สามารถกดตัวเองเข้ามาได้ลึกๆ ก่อนจะขยับเอวซอยเป็นจังหวะถี่รัวตั้งแต่ในตอนแรก นั่นทำให้ผมต้องกัดริมฝีปากเอาไว้แน่นจนคิดว่ามันน่าจะห้อเลือด
“อ่า.. ซี๊ด” ร่างสูงครางออกมาอย่างเหลืออด เขากวาดสายตาลามเลียไปทั่วร่างกายของผมจากนั้นก็ใช้มือลูบไล้ไปตามต้นขาด้านใน
สายตาเย้ายวนที่มองเห็นทำให้หัวใจของผมถึงกับเต้นระรัว ไม่คิดมาก่อนว่าจะได้มีอะไรกับคนที่แอบชอบและแอบมองมาเป็นเวลานาน ผมแทบไม่อยากจะเชื่อว่าร่างสูงที่ขยับเขยื้อนอยู่บนตัวเองคนนี้คือ คิม ยูคยอม ที่แสนจะเยือกเย็นคนนั้นจริงๆ
ตอนอยู่ที่โรงเรียนเขานิ่ง พูดน้อย และงามสง่า
หากแต่อยู่บนเตียงเขากลับเจ้าเล่ห์ ชอบหยอด และร้อนแรง..
ร่างสูงเปลี่ยนไปเป็นคนละคนจนผมแทบไม่อยากจะเชื่อ หรือนั่นเป็นเพียงเปลือกนอกที่แสดงออกมาให้เห็น คงเป็นเพราะผมไม่ได้คลุกคลีอยู่กับพวกเขาล่ะมั้งจึงไม่รู้ว่าธาตุแท้ของคนในกลุ่มนี้เป็นยังไงกันแน่
“อ อ๊า.. ย.. อื้อ” ร่างกายผมสั่นไหวไปตามแรงขยับ ก่อนจะต้องบิดเร่าดิ้นพล่านเมื่อมือหนาเอื้อมไปคว้าของเล่นที่วางอยู่ข้างเตียงมาเปิดสั่นแล้วแตะมันลงมาบนยอดอกของผม
ความเสียวซ่านที่ถูกมอบให้จากทุกช่องทางทำเอาหัวสมองของผมพล่าเบลอ ในที่สุดก็ทนไม่ไหว ผมกัดฟันแน่นเพื่อบิดมือออกจากการผูกมัดแล้วส่งไปเร้ารูดแกนกายของตัวเองแบบรัวๆ เพื่อที่จะได้ปลดปล่อย เมื่อเห็นดังนั้นอีกฝ่ายก็เร่งซอยกายเข้ามาถี่ๆ ทำเอาผมครางแทบไม่เป็นภาษา
ทั้งห้องเต็มไปด้วยเสียงของเนื้อกระทบเนื้อ เสียงครางและเสียงสูดปากด้วยความเสียวซ่าน ผมแอ่นแผ่นหลังรับสัมผัสทุกอย่างที่ยูคยอมมอบให้ ปลายเท้าจิกลงกับเตียงครั้งแล้วครั้งเล่าในขณะที่มือก็เร่งสาวรูดเนื้อร้อนของตัวเองจนปวดแขนไปหมด
“มะ..อ๊า ไม่นะ” ส่วนปลายที่มีน้ำปริ่มออกมาทำให้ผมหลับตาลงแน่น ยิ่งร่างสูงกระแทกเข้ามาใส่จุดกระสันด้านหลังย้ำๆ ยิ่งทำให้ผมเสียวซ่านเสียจนทนไม่ไหวอีกต่อไป อยากจะผละมือออกเพราะรู้สึกทรมานจนต้องหุบขาเข้ามาหากัน แต่ร่างกายก็ต้องการที่จะปลดปล่อยมากกว่า
ใบหน้าของผมเหยเกไปหมด ผมใช้ศอกยักตัวเองขึ้นมาก่อนจะเร้ารูดเนื้อร้อนของตัวเองแบบถี่ๆ เป็นครั้งสุดท้าย กดปลายนิ้วคลึงไปทั่วๆ ส่วนหัวแบบหนักๆ จนในที่สุดความอัดอั้นทั้งหมดก็ปะทุออกมาใส่หน้าท้องแกร่ง
“อ๊า..อ ฮึก”
“เสร็จก่อนฉัน ไม่น่ารักเลยนะ” ร่างสูงหยุดชะงักปล่อยให้ช่องทางร้อนของผมบีบตอดตัวเองอยู่แบบนั้นก่อนจะโน้มใบหน้าลงมาพูดเสียงเบา เขากดจมูกโด่งลงมาหอมที่ข้างๆ แก้มจนทั่วในขณะที่มือหนาก็เลื่อนมาคลายเชือกที่มัดมืออีกข้างอยู่ออกให้
“ข..ขอโทษครับ แฮ่ก” ผมสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ ในขณะที่เอ่ยออกไปด้วยความประหม่า แต่ยูคยอมกลับหัวเราะแล้วถอดเนื้อร้อนของตัวเองออกไป
มือหนาจับร่างของผมพลิกคว่ำ ดึงสะโพกโก้งโค้งขึ้นก่อนจะสอดแกนเนื้อเข้ามาพรวดเดียวแบบไม่บอกไม่กล่าว
“อ..อ๊า” นั่นทำให้ผมจิกมือลงกับหมอนแรงๆ หดลำคอหนียามที่ลมหายใจร้อนส่งมาซุกไซร้ไปทั่วแล้วกระซิบเสียงพร่าอยู่ที่ข้างหู
“โดนลงโทษแน่คนเก่ง”
“อ..ฮึก อื้อ”

แล้วทั้งห้องก็เต็มไปด้วยเสียงครางของผมและเขาดังสลับกันไปตลอดทั้งคืน..

กลับไปอ่านต่อ http://writer.dek-d.com/jbn7x/writer/view.php?id=1203087


วันอังคารที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2557

09


HOST CLUB
CHAPTER 09




“อ..อือ” การกระทำข้างต้นทำให้ผมควบคุมลมหายใจของตัวเองไม่อยู่ ภายในหัวมันสับสนไปหมด ไม่รู้ว่าตัวเองควรจะตอบสนอบอีกฝ่ายยังไงดี อย่างที่รู้ๆ กันว่าผมไม่เคยถูกต้อนให้จนมุมขนาดนี้ รู้สึกเสียเซลฟ์ชิบหายหากแต่ความรู้สึกที่อยากจะหยุดมันก็ผลุบๆ โผล่ๆ จากนั้นก็หายวับไป
รู้ตัวอีกทีแม่งก็ดึงผมไปนั่งบนตัก
มันเอื้อมมือลงไปปรับเบาะรถให้เอนไปด้านหลังเพื่อที่เราสองคนจะได้มีพื้นที่ได้มากขึ้น ลำแขนแกร่งโอบรัดเอวของผมเอาไว้ไม่ยอมปล่อยให้ขยับหนี พร้อมกันนั้นเรียวลิ้นร้อนที่ตวัดรุกเข้ามาในโพรงปากหนักมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งผมก็ทำได้เพียงแค่ดุนตอบกลับไปเป็นระยะๆ เท่านั้น
ให้ตาย..
สัมผัสได้ว่าตอนนี้หน้าของผมคงจะกำลังแดงแจ๋ ผมไม่เคยตกอยู่ในสภาพแบบนี้มาก่อนผมเลยไม่รู้ว่าควรจะตอบสนองมันกลับไปยังไงดี ถ้าเปรียบว่านี่คือการทำข้อสอบผมจะต้องได้เกรด F แน่ๆ
หรือผมควรจะพลิกสถานการณ์แล้วเป็นฝ่ายคุมเกมนี้ด้วยตัวเอง?
“รู้ตัวมั้ยว่าแม่งชอบยั่วกู”
ริมฝีปากหยักผละออกไปเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยล้อออกมาด้วยน้ำเสียงกระเส่า แม่งมันแค่พูดเบาๆ แต่ทำให้ผมรู้สึกอายจนอยากจะวิ่งหนีไปให้ไกล ความร้อนวูบวาบที่มีอยู่ในตอนแรกมันเพิ่มมากขึ้นจนรู้สึกได้ว่าอีกนิดเดียวร่างกายของผมอาจจะระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ
ผมหลับตาลงแน่นในตอนที่สันจมูกโด่งกดหอมไปทั่วๆ ใบหน้า มันทั้งฟัดทั้งพรมจูบราวกับว่าอยากจะกลืนกินผมเข้าไปทั้งร่างกาย มือหนาที่ลากไล้ไปตามแผ่นหลังเรียกให้ผมเผลอบิดตัวหนีอย่างห้ามไม่ได้ แต่กลายเป็นว่ายิ่งขยับเยอะเท่าไหร่ก็ยิ่งกลายเป็นว่าผมเบียดตัวเข้าหามันมากเท่านั้น
จนสุดท้ายสัมผัสอุ่นๆ ก็เลื่อนลงไปวางทาบเอาไว้บนสะโพกพร้อมกับรอยยิ้มสนุกสนานที่มันส่งมาให้ผ่านทางมุมปาก
ไอ้เชี่ย..
“มึง.. อะ”
เสียงของผมขาดห้วงไปในตอนที่มันแกล้งขยำฝ่ามือลงมาหนักๆ ที่ตรงสะโพก ไม่ว่าจะครั้งไหนผมก็รู้สึกหวั่นเกรงทุกครั้งเพราะเอาจริงๆ ก็ยังทำใจไม่ได้กับเหตุการณ์ที่จะต้องเกิดขึ้นตรงหน้า ผมยังไม่อยากยอมรับนักหรอกกับเรื่องที่เกิดขึ้นถึงแม้ว่ามันจะหลายครั้งก็ตามที
ทุกวันนี้ยังเฝ้าถามกับตัวเองอยู่เลยว่าทำไมกูจะต้องเป็นฝ่ายถูกกระทำด้วยวะ?
ทำไม ทำไม ทำไม?
มันเป็นอะไรที่ผมไม่สามารถหาคำตอบให้กับตัวเองได้ บางทีผมก็คิดว่าควรจะหยุดทุกอย่างเอาไว้แค่ตรงนี้ นี่มันในรถนะเว้ย รถของใครก็ไม่รู้..
แต่ในตอนที่มันรั้งสะโพกลงไปบดกับสิ่งนั้นความฝันที่ผมคิดว่าจะขอหยุดแบบดื้อๆ ก็ต้องพังทลายลงไปในทันที
ผมหลับตาลงแน่นในตอนที่สันจมูกโด่งไล่หอมมายังสันกราม ฝ่ามือหนายังคงนวดคลึงที่สะโพกกลมมนของผมเรื่อยๆ อย่างย่ามใจพร้อมกับเสียงหัวเราะหึๆ ที่ดังมาจากลำคอเป็นระยะ
นี่มึงคงจะสนุกมากใช่ไหม?
“อื้อ..” ริมฝีปากของผมถูกช่วงชิงอีกครั้งในขณะที่กำลังเผลอ คราวนี้ปลายลิ้นร้อนของมันรุกล้ำเข้ามาหนักกว่าเดิมอย่างไม่บอกไม่กล่าว มือหนาเลื่อนขึ้นมาดึงเสื้อของผมออกไปทั้งๆ ที่ริมฝีปากยังคงประกับกันเอาไว้ มันเป็นเรื่องยากที่ผมจะขัดขืนเพราะตอนนี้จับต้นชนปลายอะไรไม่ค่อยจะถูกซักเท่าไหร่ ราวกับว่าโดนมันสูบเอาเรี่ยวแรงทั้งหมดที่มีออกไป
ใบหน้าคมคายผละออกไปเล็กน้อยพร้อมกับส่งยิ้มมาให้ผม ก่อนที่มันจะเอียงไปอีกทางปรับองศาจูบให้พอดีแล้วแนบกลีบปากร้อนลงมาอีกครั้ง รสจูบที่ร้อนรุ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เรียกให้ผมสอดแขนเข้าไปกอดคอมันเอาไว้อย่างห้ามไม่ได้
ความรู้สึกหลากหลายมันประดังประเดเข้ามาจนไม่รู้ว่าควรจะโฟกัสไปที่จุดไหนก่อน การปลุกเร้าที่ออกจะดิบและหนักหน่วงทำให้ผมตั้งรับไม่ค่อยจะทัน ทั้งๆ ที่แอร์ภายในรถยังคงทำงานตามปกติแต่ผมกลับรู้สึกว่าร่างกายมันร้อนมากขึ้นเรื่อยๆ จนเหงื่อกาฬไหลซึมออกมาตามขมับ
ชิบหายละ..
ผมว่าผมควรหยุด ผมยังไม่พร้อมจริงๆ
“อ..มึง”
“มึงขึ้นนะ..”
“ไม่เว้ย อะ..” ผมสะดุ้งเล็กน้อยในตอนที่มือหนาเลื่อนมาวางทาบเอาไว้ตรงส่วนกลางลำตัว การกระทำข้างต้นเรียกให้สองข้างแก้มของผมร้อนวูบขึ้นมาอีกครั้ง ผมขมวดคิ้วเข้าหากันมุ่นเมื่อมันค่อยๆ นวดคลึงเบาๆ ช้าๆ หากแต่ทุกครั้งที่เน้นย้ำน้ำหนักมือลงมาก็ทำให้ขนอ่อนทั้งตัวมันลุกชันขึ้นมาได้อย่างง่ายดาย
“ก็อยู่ท่านี้ถ้าไม่ขึ้นแล้วจะทำยังไง?”
“มึง..อื้อ พอเหอะ” ผมเลื่อนมือไปจับข้อแขนของมันเอาไว้แล้วบีบเบาๆ เพื่อบอกให้หยุด แต่ดูเหมือนว่ามันจะเป็นการทำผิดพลาดครั้งใช้ในชีวิตเพราะนอกจากมันจะไม่เอาออกไปแล้วมันยังแกล้งหนักมากกว่าเดิมอีกต่างหาก
โอย.. ไอ่ชิบหาย
ผมไม่ใช่พวกตายด้านนะ เจอแบบนี้มันโหวงในท้องไปหมดเลย ลมหายใจทุกอย่างแม่งติดขัดไปหมดเพียงเพราะความเสียวแปลบๆ ที่เกิดจากการโดนปลุกเร้าหนักๆ แบบนี้
“แน่ใจว่าให้พอ มึงตื่นแล้วเนี่ย..” มันโน้มหน้าเข้ามาใกล้ก่อนจะกดจูบลงมาที่ริมฝีปากของผมเบาๆ มือหนาที่เค้นคลึงอยู่ตรงนั้นยังไม่หยุดการกระทำ มืออีกข้างแม่งก็ลูบไล้ไปตามแผ่นหลัง มันทำให้ผมอดไม่ได้ที่จะขยับตัวหนี ก็คนมันจั๊กจี้ให้ทำยังไงวะ
แต่การกระทำทุกอย่างก็ต้องหยุดชะงักเอาไว้เพราะพอขยับนิดหน่อยสะโพกก็เผลอไปเบียดโดนกับไอ้สิ่งที่ตื่นตัวอยู่ในกางเกงของมัน ความแข็งขืนที่สัมผัสได้ทำให้ผมเผลอกลืนน้ำลายลงคอแบบหวั่นๆ
ผมคิดว่า..
ผมคงไม่รอด
“เรา.. กลับกันดีมั้ยวะ? ย..อย่า” ผมเหยหน้าน้อยๆ ในตอนที่มือหนาล้วงเข้ามาในกางเกงแล้วทาบผ่ามืออุ่นลงมาตรงส่วนนั้น การกระทำข้างต้นเรียกให้ผมผละมือออกจากข้อแขนของมันแล้วพยายามดึงกางเกงของตัวเองเอาไว้ แต่ก็กลายเป็นว่าเปิดโอกาสให้มันสามารถกอบกุมแกนกายของผมได้อย่างง่ายดาย
ผมเผลอเกร็งหน้าท้องเล็กน้อยในตอนที่มันเริ่มขยับ ฝ่ามือหนากอบกำแกนกายที่ถูกปลุกปั่นให้แข็งขืนขึ้นมาก่อนจะทำการสาวรูดเบาๆ เพื่อให้มันตื่นตัวมาขึ้นกว่าเดิม
“เชี่ย..”
“มึงแข็งขนาดนี้ยังจะกลับอีกอ่อ?”
“มะ..อือ มึงก็พอดิวะ” ผมก้มลงไปมองฝ่ามือหนาที่เล่นอยู่กับส่วนนั้นของตัวเองก่อนจะกลืนน้ำลายหนืดลงคออีกหน พยายามสูดลมหายใจเข้าลึกๆ แล้วตั้งสติรวบรวมแรงทั้งหมดเพื่อที่จะดึงแขนของมันออกแต่แม่งก็ถูกทำลายลงไปทุกครั้งเพียงเพราะมันบดนิ้วหัวแม่มือลงมาตรงส่วนปลาย
ผมเผลอสูดปากด้วยความเสียวในตอนที่โดนมันเค้นหนักๆ จนเริ่มจะมีน้ำปริ่ม ในที่สุดผมแม่งก็ถูกปลุกเร้าจนมันตื่นตัวเต็มที่ ความจริงมันก็ไม่ใช่เรื่องผิดอะไรถ้ามันยอมให้ผมเป็นฝ่ายใส่ตัวเองเข้าไปอะ!
“ละมึงไม่สงสารกูอะ?”
“ฮื่อ.. อะไร?”
“กูก็ตื่นขนาดนี้แล้วยังจะให้ขับรถกลับอีกอ่อ?”
ไม่พูดเปล่ามันยังจงใจเบียดตัวเองขึ้นมาเสียดกับสะโพกของผมอีกต่างหาก เปลือกตาทั้งสองข้างของผมเผลอหลับลงแน่นพลางข่มความกลัวที่มีมากขึ้นเรื่อยๆ ให้มันสงบ ริมฝีปากร้อนที่ประทับจูบลงมาทุกตารางนิ้วทำให้ผมรู้สึกผ่อนคลายลงบ้าง แต่พอมันแกล้งเบียดขึ้นมาอีกผมก็อดที่จะตื่นตระหนกไม่ได้
ถ้าโดนแล้วจะเป็นไข้อีกรึเปล่าวะ?
แล้วครั้งนี้ผมไม่มีตัวช่วยอะไรเลย.. ผมต้องครางให้มันฟังจริงดิ?
เชี่ย
มันโคตรเชี่ย ไม่มีคำไหนที่จะพูดแล้วนอกจากคำนี้
“อ..อึก” ผมหลุดออกจากความคิดฟุ้งซ่านในตอนที่ริมฝีปากร้อนเลื่อนมางับเม้มที่ตรงยอดอก ความเสียววาบที่เกิดขึ้นทำให้ขนอ่อนของผมลุกชันซ้ำแล้วซ้ำเล่า ร่างกายของผมบิดเร้าเมื่ออีกฝ่ายละเลงลิ้นลงมาตวัดเขี่ยแบบไม่รู้จักพอ มือหนาที่ทำการสาวเร้าแกนกายอยู่ก็ยังไม่ละลืมหน้าที่ของตัวเอง
มันทำให้ผมจะบ้าตายแล้วในตอนนี้
“ครั้งก่อนๆ กูอาจจะมีอะไรกับมึงเพราะเมายาหรืออะไรก็แล้วแต่..”
 “อะ อื้อ.. มึง..” ผมสอดแขนเข้าไปกอดรอบลำคอของมันเอาไว้ก่อนจะขยุ้มกลุ่มผมนุ่มนั้นเป็นพักๆ ในตอนที่มันแกล้งงับเม้มลงมาตรงยอดอก เพียงแค่ปลายลิ้นแตะลงมาดุนเขี่ยก็ทำให้ผมเผลอแอ่นแผ่นหลังเข้าหาอย่างไม่ตั้งใจ มืออีกข้างก็ยังปรนเปรอให้ไม่ขาด มันทำให้ผมควบคุมตัวเองไม่อยู่จนรู้สึกโมโหแล้วในตอนนี้
“แต่นี่เป็นครั้งแรกที่กูอยากทำให้มึงเป็นของกูเพราะความรู้สึกแบบนั้นจริงๆ”
มันพึมพำไปพร้อมๆ กับการปลุกเร้าร่างกายของผมให้ปั่นป่วน ริมฝีปากร้อนค่อยๆ จูบซับจากตรงหน้าอกขึ้นมาจนถึงไหปลาร้า ผมรู้สึกได้ว่ามันจงใจขบเม้มลงไปหนักๆ สร้างรอย ในทุกจุดที่ริมฝีปากสามารถลากผ่าน
ปลายจมูกโด่งลากพาลมหายใจร้อนมาหยุดอยู่ที่ข้างลำคอ เรียกให้ผมหลับตาลงแน่นอย่างห้ามไม่ได้ ก่อนจะต้องหดคอหนีเล็กน้อยในตอนที่กลีบปากชื้นแฉะเลื่อนมาขบเม้มอยู่ที่ตรงใบหู ปลายลิ้นอุ่นที่แกล้งสอดเข้ามากวาดต้อนยังภายในทำให้ผมสะดุ้งแล้วเผลอครางท้วงออกไปหลายครั้ง
บ้าชิบ
“มึงจะยอมเป็นคนสุดท้ายของกูได้รึยัง?”
แต่แล้วคำถามที่อีกฝ่ายเอ่ยออกมาก็ทำให้ผมสามารถรวบรวมสติที่กำลังฟุ้งซ่านให้กลับมารวมกันได้ หันไปสบตากับอีกฝ่ายด้วยความรู้สึกหลากหลายที่ไม่รู้จะใช้คำพูดไหนเพื่ออธิบายมันออกมา แววตาที่จ้องมองมายังผมนั้นเต็มไปด้วยความคาดหวังและจริงจัง
เราสองคนจ้องหน้ากันอยู่แบบนั้น มีเพียงเสียงของหอบหายใจและเครื่องยนต์ของรถที่ดังคลอมาให้ได้ยินเป็นระยะ
ผมควรจะตอบว่าอะไร..
“หื้ม ถ้ามึงไม่อยากก็ไม่ต้องทำ”
ลำแขนแกร่งที่กอดรัดเอวเอาไว้ในตอนแรกค่อยๆ คลายออก เรียกให้ผมกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ก่อนจะเม้มริมฝีปากด้วยความชั่งใจ รู้สึกอายนิดๆ ที่จู่ๆ มันถามออกมาแบบนี้ แถมไม่พอยังให้ผมเป็นคนตัดสินใจในเรื่องอย่างว่าอีกต่างหาก มันหมายความว่ายังไง
มึงเป็นคนเริ่มเรื่องทุกอย่างแล้วก็ปล่อยค้างไว้ดื้อๆ ถ้าเกิดว่าผมตอบตกลงก็เท่ากับว่ายอมเป็นของมันแบบเต็มใจอย่างนั้นสินะ
เรื่องอะไร!
“ถ้างั้นกูไม่ทำ..”
ผมจับไหล่ของมันเอาไว้จากนั้นก็ยันกายลุกขึ้นเตรียมที่จะย้ายตัวเองกลับไปนั่งที่เดิม รู้สึกโล่งใจอยู่ไม่น้อยที่มันยอมให้ผมได้มีตัวเลือกมาถึงขนาดนี้ ยังไงซะก็ถือว่าได้ต่อเวลาหายใจไปอีกซักพัก ผมพูดจริงๆ ว่าผมยังไม่พร้อมที่จะตกเป็นฝ่ายถูกกระทำทั้งๆ ที่ตัวเองเต็มใจ
ถ้าให้ผมทำมันก็ว่าไปอย่าง อันนั้นยอมตั้งแต่ตอนแรกแล้ว..
“เห้ย!
แต่แล้วผมก็ต้องสะดุ้งเมื่อในขณะที่กำลังจะย้ายตัวเองกลับไปที่เดิมจู่ๆ ลำแขนแกร่งก็สอดเข้ามากอดเอวของตัวเองเอาไว้อีกหน ความเย็นวาบที่แทรกเข้ามาโดนเนื้อสะโพกเรียกให้ผมเบิกตากว้างขึ้นด้วยความตกใจก่อนจะพยายามดิ้นขลุกขลักเพราะรู้ว่าตอนนี้กางเกงได้ถูกถอดออกไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
 “กูยังพูดไม่จบเลย”
“ม.. มึงจะทำเชี่ยไร?!
“กูจะบอกว่าถ้ามึงไม่อยากก็ไม่ต้องทำ เดี๋ยวกูทำเอง
“เชี่ยไม่เอา! อ้ะ..”
ผมนิ่วหน้าเล็กน้อยเมื่อตอนที่กำลังจะขยับหนีจู่ๆ ก็ต้องหยุดอยู่กับที่เพราะอีกฝ่ายแกล้งรั้งสะโพกเอาไว้แล้วสอดปลายนิ้วเข้ามาด้านในแบบไม่บอกไม่กล่าว ความเสียดและอึดอัดพร้อมใจกันเข้ามาทำให้ผมกำมือแน่น อยู่ในท่านี้คือแม่งหนีไปไหนไม่ได้เลย มันแย่กว่าเมื่อกี๊เสียอีก
“ให้มันรู้ว่าเมื่อกี๊มึงปฏิเสธกู.. ใจร้ายชะมัด”
“ฮื่อ.. ก็กู..” ก็กูยังไม่พร้อม! มึงบอกเองไม่ใช่หรอว่าให้กูเลือก ไอ่เชี่ย
ผมทำได้แค่ด่ามันในใจเท่านั้นแหละครับ เพราะอีกฝ่ายเล่นสอดปลายนิ้วเข้ามาจนสุดข้อ ก่อนจะกดครูดไปรอบๆ ผนังด้านในเพื่อหาจุดกระสัน พอร่างกายของผมกระตุกเพียงเล็กน้อยมันก็แกล้งย้ำลงมาแบบหนักๆ ไม่รู้จักพอ ทำเอาเข่าทั้งสองข้างแม่งอ่อนไปหมด เรี่ยวแรงที่จะพูดนี่แทบจะไม่มีอีกต่อไป ทำได้เพียงแค่ฟุบหน้าลงกับแขนของตัวเองแล้วเม้มปากไว้ก็เท่านั้น
“อ..อื้อ อย่าดิ”
ไอ่คนด้านหลังจับสะโพกของผมยกขึ้นให้อยู่ในท่าที่พอเหมาะก่อนจะถอดปลายนิ้วออกไปแล้วโถมกายเข้ามาซ้อนหลังไว้ ผมเผลอแอ่นแผ่นหลังเล็กน้อยในตอนที่ปลายลิ้นอุ่นลากไล้จากตรงกลางขึ้นมาจนถึงบริเวณหัวไหล่ ก่อนจะรู้สึกโหวงวูบในใจเมื่อรู้สึกได้ว่ามันแกล้งเอาส่วนปลายของตรงนั้นดุนแกล้งอยู่ตรงปากทางไปทั่วอย่างสะเปะสะปะ
“ม..มึง”
“กูรักมึง” มือหนาเอื้อมมาจับที่ข้างแก้มก่อนจะรั้งให้หันไปรับริมฝีปากปากร้อนที่ทาบทับลงมา ปลายลิ้นหนาสอดเข้ามาเกี่ยวตวัดพร้อมกับมอบความหวานในแบบที่ผมไม่เคยได้รับมาก่อนให้อย่างหวาบหวาม
มันทำให้ความหวั่นเกรงที่มีจางหายลงไปได้บ้าง เราสองคนแลกเรียวลิ้นกันอยู่ซักพักมันก็เป็นฝ่ายผละออกไป มือหนาสอดเข้ามาใต้หว่างขาก่อนจะบังคับให้อ้าออกอีกนิดแล้วจับสะโพกแยกออกจากกัน
ผมหลับตาปี๋ลงในทันที ก่อนจะต้องขมวดคิ้วมุ่นในตอนที่เอ็นร้อนถูกสอดเข้ามาด้านใน น้ำตาซึมออกมาเล็กน้อยกับสิ่งแปลกปลอมที่ดุนดันเข้ามาช้าๆ จนในที่สุดมันก็มิดด้าม
“ซี๊ด.. ตอดแบบนี้จะฆ่ากูหรอไง”
มันเอ่ยล้อออกมาด้วยน้ำเสียงกระเส่า เพียงประโยคเดียวที่ทำให้ผมหน้าร้อนวูบวาบไปหมดจนไม่กล้าที่จะหันไปมองด้านหลัง มันกดแช่ตัวเองเอาไว้แบบนี้ซักพักผมจึงถือโอกาสสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อประคองสติ มือหนาเค้นคลึงลงมายังสะโพกแบบหนักๆ อย่างหมายจะระบายความเสียวที่เกิดขึ้น
ก่อนที่ร่างกายของผมจะต้องบิดเล็กน้อยในตอนที่มันเริ่มขยับแบบไม่บอกไม่กล่าว ผมกดใบหน้าลงไปซบกับแขนของตัวเองเพื่อข่มความอึดอัดที่มีไม่ให้มันมากเกินไปกว่านี้ ท่อนเอ็นร้อนที่ถูกดึงออกไปก่อนจะกดเข้ามาใหม่ช้าๆ ทำให้รู้สึกโหวงและเสียวในช่องท้องไปพร้อมๆ กัน
“อ..ฮึก”
อดไม่ได้ที่จะเผยเสียงออกมาเป็นช่วงๆ เพราะในตอนที่ช่องทางของผมเริ่มคุ้นชินมันก็เพิ่มความเร็วในการซอยสะโพกเข้าออกไปให้มากขึ้นเรื่อยๆ ส่วนปลายมนที่กดย้ำลงมายังจุดกระสันทำเอาแขนทั้งสองข้างที่ยันตัวเองไว้นั้นอ่อนเปรี้ยไปหมด
ผมหลับตาลงแน่น จำเป็นต้องกลั้นลมหายใจเป็นพักๆ เพราะเสียงครางทรยศมันมักจะหลุดรอดออกมาด้วยในทุกครั้ง แล้วผมก็รู้สึกขนลุกแปลกๆ ในตอนที่ได้ยินเสียงของตัวเอง
“อะ..อ๊ะ”
นั่นไง
มันเชี่ยมาก นี่เสียงกูหรอเนี่ย..
“ซี๊ด มึงไม่ร้องเลย.. เรียกชื่อกูเร็วคนเก่ง
ฝันไปเถอะแม่ง..
“มะ.. อื้อ” ผมเม้มริมฝีปากแน่นในตอนที่คนด้านหลังซอยแกนกายเข้ามาถี่ๆ แบบที่ไม่คิดจะเกรงใจ ดูเหมือนว่ายิ่งแกล้งผมได้มากเท่าไหร่มันก็ชักสนุกมากขึ้นเท่านั้น เสียงเนื้อที่กระทบกันเป็นจังหวะผับๆ บ่งบอกได้เป็นอย่างดีว่าอีกฝ่ายโถมตัวเองเข้ามาหนักแค่ไหน
 “อืม..เร็ว” มือหนาเลื่อนขึ้นมาสะกิดเขี่ยอยู่ที่ตรงยอดอกทั้งๆ ที่เอวแกร่งยังคงซอยตัวเองเข้ามายิกๆ สันจมูกโด่งกดหอมลงมาที่แก้มของผมซ้ำๆ อย่างไม่รู้จักพอ ก่อนที่มืออีกข้างจะเลื่อนลงไปวางทาบตรงแกนกายเอาไว้แล้วเค้นคลึงเนิบนาบเหมือนอยากจะแกล้ง
มันทำให้ความยับยั้งชั่งใจของผมหายวับไปในพริบตาเพราะทนกลั้นไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว..
“อือ..เชี่ย! อย่า..ซี๊ด อย่าแกล้งกู” ผมเชิดหน้าขึ้นสูดปากออกมาอย่างจำยอม เรียกให้อีกฝ่ายหัวเราะหึๆ ออกมาจากลำคอด้วยความชอบใจแต่ถึงแบบนั้นมันก็ไม่คิดจะฟังกัน
ร่างสูงแกล้งบดปลายนิ้วลงมาตรงส่วนปลายจนผมอดไม่ได้ที่จะถดสะโพกหนี แต่กลายเป็นว่ายิ่งทำให้มันสอดตัวเองเข้ามาได้ลึกมากกว่าเดิมเสียอีก มืออีกข้างก็ยังบีบเค้นอยู่กับยอดอกไม่ยอมเลิก ไหนจะปลายลิ้นร้อนที่แกล้งสอดแหย่เข้ามาปลุกปั่นในโพรงหูนั่นอีก
มันกะจะทำให้ผมตายให้ได้เลยหรือยังไง
การถูกรุกเร้าในทุกจุดที่ไวต่อการสัมผัสพร้อมๆ กันทำให้สติของผมแตกออกเป็นเสี่ยงๆ แทบจะแยกไม่ออกแล้วว่าตอนนี้รู้สึกเสียวที่จุดไหนมากกว่ากัน สิ่งเดียวที่ผมทำได้นั่นก็คือปล่อยเสียงครางออกมาตามที่ใจต้องการแค่นั้น
อีกนิดเดียว..
“อื้อ..มึง อ๊ะ เร็วๆ” ผมเลื่อนมือไปจับข้อแขนของมันไว้ก่อนจะจิกปลายเล็บลงไปในตอนที่มันเพิ่มจังหวะในการสาวรูดแกนกายให้เร็วมากขึ้นไปอีก ความเสียววาบจากตรงส่วนหัวทำเอาขนอ่อนทั้งร่างกายลุกชันขึ้นมาเป็นรอบที่เท่าไหร่ก็ไม่รู้แล้ว
ในตอนที่เริ่มจะพยุงตัวเองไม่ไหวมือหนาก็ผละออกจากยอดอกของผมแล้วใช้ลำแขนแกร่งนั้นโอบอุ้มเอาไว้ ร่างกายของผมเขยื้อนไปตามแรงกระทั้นที่อีกฝ่ายส่งมอบมาให้ เหงื่อกาฬไหลซึมออกมาเรื่อยๆ ทั้งๆ ที่แอร์ในรถยังคงทำหน้าที่ของมันได้ดี
ริมฝีปากของผมเผยอออกกว้างในตอนที่เริ่มจะหายใจไม่ทัน หัวสมองเริ่มจะพร่าเบลอในตอนที่ความรู้สึกทุกอย่างแล่นไปรวมกันอยู่ที่ตรงส่วนกลางของร่างกาย
“ซี๊ดด..มึง”
ไม่ไหวแล้ว.. ผม..
“เรียกกูดิ อ่า.. คนเก่ง”
มันกระซิบเสียงพร่าที่ตรงข้างหู ในขณะที่จังหวะรักที่ดำเนินต่อไปไม่ได้มีท่าทีว่าจะลดช้าลงเลยซักนิด แถมไม่พอยังถี่รัวมากว่าเดิมเสียอีก แล้วมึงแม่งบอกให้กูเรียกชื่อแต่ใส่เข้ามาไม่หยุดแบบนี้กูจะเค้นเสียงออกไปยังไงวะ!
โอย ผม..
“เร็ว.. อืม จะมาแล้ว..”
“มึง..อ๊ะ อื้อมึง..”
“ชื่อกูที่รัก.. ซี๊ด ชื่อกู”
ไอ้เชี่ยนี่แม่ง..
ผมบิดสะโพกเร่าในตอนที่มันกดแกนกายเข้ามาจนสุดแล้วซอยแกนกายเข้าออกเป็นจังหวะถี่ๆ ทุกการกระทั้นย้ำให้ส่วนปลายมนสะกิดเน้นๆ ลงมาตรงจุดกระสันของผมเต็มๆ ไหนจะฝ่ามือหนาที่คอยทำหน้าที่ของตัวเองไม่ห่างนี่อีก
“จ..อื้อ แจ็ค.. อึก แจ็คสัน..”
“อืม..ดี ซี๊ดด ดี”
ผมกำลังจะบ้า
ผมหลับตาลงแน่นในตอนที่ภาพทุกอย่างมันเริ่มจะพร่าเบลอ ความเสียวที่พุ่งขึ้นไปจนถึงจุดสูงสุดทำเอาหัวสมองโล่งไปหมด ราวกับว่าร่างกายกำลังลอยคว้างอยู่ในห้วงอากาศ ใบหูอื้อไปชั่วขณะ ประสาทสัมผัสทุกอย่างในร่างกายพร้อมใจกันหยุดทำงานลงดื้อๆ มีเพียงจุดเดียวที่สามารถรับรู้ได้นั่นคือส่วนกลางของลำตัว
ผมรู้ดีว่าอาการที่เกิดขึ้นนี่มันคืออะไร
“อ อื้อ..มึง”
ไม่นานความอัดอั้นทั้งหมดที่มีถูกปลดปล่อยออกมาเต็มฝ่ามือหนา ผมสูดลมหายใจเข้าปอดเฮือกใหญ่ก่อนที่แขนทั้งสองข้างจะพากันอ่อนเปรี้ยลงเสียดื้อๆ ยังดีที่มันยังกอดผมเอาไว้อยู่ถ้าไม่อย่างนั้นหัวผมคงจะโขกเข้ากับอะไรซักอย่าง
“ซี๊ด.. อ่า”
พร้อมกันนั้นมันก็กดตัวเองเข้ามาจนสุดแล้วปล่อยเข้ามาในกายของผมเช่นกัน ผมสะดุ้งเล็กน้อยในตอนที่สัมผัสได้ถึงหยาดน้ำอุ่นๆ ก่อนจะที่ขาทั้งสองข้างจะพากันอ่อนแรงลงในตอนที่มันถอดแกนกายออกไปอย่างไม่บอกไม่กล่าว ความโหวงวูบที่แทรกเข้ามาแทนที่ทำให้ผมตัวสั่นไปหมด ไม่มีแรงจะขัดขืนอะไรทั้งนั้นไม่ว่าตอนที่มันดึงผมลงไปนั่งตักหรือกดปลายจมูกลงมาฟัดหอมก็ตามที
ผมหลับตาลงแน่น ก่อนจะเอนหลังพิงกับแผงอกแกร่งแล้วกลืนน้ำลายหนืดลงคอไปอย่างยากลำบาก ถึงแม้ว่าข้างในจะรู้สึกโล่งแล้วก็ตาม แต่ตอนนี้ผมยังไม่หยุดหอบ รู้สึกเหนื่อยราวกับตัวเองเพิ่งจะไปสู้รบกับอะไรซักอย่างมา
ให้ตาย..
พวกโฮสต์ที่ทำงานเป็นฝ่ายรับแม่งทนกันเข้าไปได้ยังไง
“กูรักมึงนะ”
แต่แล้วก็เหมือนว่าโลกมันหยุดหมุนอีกครั้งในตอนที่มันเกยคางไว้บนไหล่แล้วเอ่ยประโยคนั้นออกมาเบาๆ สองข้างแก้มของผมร้อนวูบจนไม่กล้าที่จะหันไปสบตากับมัน ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าก้อนเนื้อด้านซ้ายที่สั่นไหวรุนแรงอยู่ในตอนนี้มันเป็นเพราะคำพูดเมื่อครู่หรือเป็นเพราะผมเหนื่อยกันแน่ แถมในท้องก็ยังปั่นป่วนราวกับว่ามีผีเสื้อซักร้อยตัวมาบินวนอยู่ด้านใน
บ้าชิบ..
แล้วผมจะยิ้มออกมาทำไม..
“มันอาจจะเร็วไป แต่กูมั่นใจว่ากูรักมึงนะ”
ผมเม้มริมฝีปากเข้าหากันแน่น ยิ่งมันพูดคำนั้นออกมายิ่งไม่กล้าหันไปสบตา ตอนนี้บรรยากาศรอบตัวมันกลายเป็นอะไรก็ไม่รู้ จะว่าอึดอัดก็ไม่ใช่ เพียงแต่ผมไม่กล้าที่จะขยับตัวหรือทำอะไรเลยนอกจากหายใจ
ไอ้หน้านี่ก็ร้อนผ่าวไปหมดเหมือนกำลังจะเป็นไข้ อาจจะเขินก็ได้ล่ะมั้ง? หรือนี่จะเป็นผลข้างเคียงจากการที่มันทำผมแบบหนักหน่วงเมื่อสักครู่นี้..
“กูหวงมึงด้วย อย่าไปครางให้ใครฟังนะ”
“เชี่ย”
หากแต่ประโยคที่มันบอกออกมาแบบตรงๆ นั้นก็ทำให้ผมอดไม่ได้ที่จะด่าเข้าให้ บอกกี่ครั้งแล้วว่าอย่าพูดอะไรแบบนี้ออกมาตรงๆ มันทำให้ผมทำตัวไม่ถูก
“เอ้าด่ากูทำไม กูพูดจริงนะ”
“ไม่ต้องตรงขนาดนั้นก็ได้ มึงคิดว่าเรื่องน่าอายแบบนี้กูจะไปทำกับใครอีก!
“ทำไงได้ ก็กูเป็นคนตรงๆ” มันยักไหล่ แถมไม่พอยังหัวเราะชอบใจออกมาอีกต่างหาก มือหนาส่งมาบีบแก้มของผมเบาๆ ก่อนที่ใบหน้าคมคายจะโน้มเข้ามาหอมอีกครั้ง เรียกให้ผมหลับตาปี๋ลงในทันที
โอยขนลุก
ความจริงไอ้หอมก้งหอมแก้มนี่ผมต้องเป็นคนทำไม่ใช่หรอไง เมื่อก่อนรู้สึกดีมากนะที่ได้ทำกับลูกค้าแบบนี้ มันทำให้ผมรู้สึกมีความมั่นใจ ทำให้ผมคิดว่าผมแมน ผมแม่งเด็ดเพราะลูกค้าแต่ละรายที่ถูกผมหอมแก้มแม่งก็จะเขินกันทั้งนั้น
แต่ทำไมจู่ๆ ผมถึงได้เป็นฝ่ายที่ถูกกระทำเสียเอง.. พอมานึกๆ ดูแล้วก็ยังไม่อยากจะยอมรับซักเท่าไหร่นักหรอก..
“พอเลยแม่ง” ผมเอามือบังแก้มของตัวเองเอาไว้ในตอนที่เห็นว่ามันทำท่าจะโน้มเข้ามาหอมอีกรอบ
“ทำไม? หวงมากหรอไง?”
“เปล่า กูแค่สยิว” ผมบอกออกไปตามตรง เรียกให้มันขมวดคิ้วเข้าหากันในทันที
“ทำไม? มากกว่านี้กูก็ทำมาแล้ว”
“มึงเลิกย้ำซักทีได้ปะ เอาจริงๆ คือกูยังไม่อยากยอมรับเท่าไหร่ว่าต้องโดนมึงทำแบบนั้นอะ เพราะที่ผ่านมากูคิดว่ากูเด็ดมากเลยนะ มึงไม่ลองสลับกันดูวะเผื่ออาจจะติดใจ? โอ๊ย!
ผมยกมือขึ้นมาลูบหน้าผากของตัวเองก่อนจะขมวดคิ้วด้วยความไม่พอใจ เพราะยังพูดไม่จบจู่ๆ มันก็ส่งมือมาดีดเสียเต็มแรง
“หยุดฝันเฟื่องได้ละ”
“อะไร กูแค่เสนอแนะ บางทีมึงอาจจะ..”
“ดูเหมือนว่ากูต้องทำให้มึงชินกับการเป็นของกูซะแล้วสินะ”
“ห้ะ..” ผมเบิกตากว้างขึ้นด้วยความตกใจก่อนจะดิ้นขลุกขลักเพื่อขัดขืน เพราะมันไม่พูดเปล่า แต่ยังมีหน้าเลื่อนมือมาป้วนเปี้ยนแถวๆ หว่างขาของผมอีกต่างหาก แต่จากเหตุการณ์เมื่อกี๊ที่เพิ่งถูกเล่นมาหมาดๆ ก็ทำให้ผมไม่มีแรงจะไปสู้กับมันได้เลยซักนิด
ไม่เอาแล้วนะเว้ยแค่นี้ก็จะตายอยู่แล้ว!
“ถ้าไม่ทำบ่อยๆ เดี๋ยวมึงจะไม่ชิน”
“เห้ย เดี๋ยวดิไม่ใช่ตอนนี้..” ทำไมเป็นคนแบบนี้วะแม่ง นิสัยไม่ดีเลยชอบแกล้งผมอะ! “ไหนบอกจะพากูไปทะเลไง.. ขับรถต่อนะ นะ”
“เดี๋ยวกูพาขึ้นสวรรค์ก่อนละกัน สวยกว่าทะเลแน่ๆ กูเชื่อแบบนั้น” J
ไอ่เชี่ยนี่แม่ง!!!





กลับไปเม้นให้แนนด้วยนะคะ 
ปล. ตอนนี้ยังไม่จบนะ 80% นะคะ