HOST
CLUB
CHAPTER
09
“อ..อือ”
การกระทำข้างต้นทำให้ผมควบคุมลมหายใจของตัวเองไม่อยู่ ภายในหัวมันสับสนไปหมด
ไม่รู้ว่าตัวเองควรจะตอบสนอบอีกฝ่ายยังไงดี อย่างที่รู้ๆ
กันว่าผมไม่เคยถูกต้อนให้จนมุมขนาดนี้
รู้สึกเสียเซลฟ์ชิบหายหากแต่ความรู้สึกที่อยากจะหยุดมันก็ผลุบๆ โผล่ๆ
จากนั้นก็หายวับไป
รู้ตัวอีกทีแม่งก็ดึงผมไปนั่งบนตัก
มันเอื้อมมือลงไปปรับเบาะรถให้เอนไปด้านหลังเพื่อที่เราสองคนจะได้มีพื้นที่ได้มากขึ้น
ลำแขนแกร่งโอบรัดเอวของผมเอาไว้ไม่ยอมปล่อยให้ขยับหนี พร้อมกันนั้นเรียวลิ้นร้อนที่ตวัดรุกเข้ามาในโพรงปากหนักมากขึ้นเรื่อยๆ
ซึ่งผมก็ทำได้เพียงแค่ดุนตอบกลับไปเป็นระยะๆ เท่านั้น
ให้ตาย..
สัมผัสได้ว่าตอนนี้หน้าของผมคงจะกำลังแดงแจ๋
ผมไม่เคยตกอยู่ในสภาพแบบนี้มาก่อนผมเลยไม่รู้ว่าควรจะตอบสนองมันกลับไปยังไงดี
ถ้าเปรียบว่านี่คือการทำข้อสอบผมจะต้องได้เกรด F แน่ๆ
หรือผมควรจะพลิกสถานการณ์แล้วเป็นฝ่ายคุมเกมนี้ด้วยตัวเอง?
“รู้ตัวมั้ยว่าแม่งชอบยั่วกู”
ริมฝีปากหยักผละออกไปเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยล้อออกมาด้วยน้ำเสียงกระเส่า
แม่งมันแค่พูดเบาๆ แต่ทำให้ผมรู้สึกอายจนอยากจะวิ่งหนีไปให้ไกล
ความร้อนวูบวาบที่มีอยู่ในตอนแรกมันเพิ่มมากขึ้นจนรู้สึกได้ว่าอีกนิดเดียวร่างกายของผมอาจจะระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ
ผมหลับตาลงแน่นในตอนที่สันจมูกโด่งกดหอมไปทั่วๆ
ใบหน้า มันทั้งฟัดทั้งพรมจูบราวกับว่าอยากจะกลืนกินผมเข้าไปทั้งร่างกาย
มือหนาที่ลากไล้ไปตามแผ่นหลังเรียกให้ผมเผลอบิดตัวหนีอย่างห้ามไม่ได้
แต่กลายเป็นว่ายิ่งขยับเยอะเท่าไหร่ก็ยิ่งกลายเป็นว่าผมเบียดตัวเข้าหามันมากเท่านั้น
จนสุดท้ายสัมผัสอุ่นๆ ก็เลื่อนลงไปวางทาบเอาไว้บนสะโพกพร้อมกับรอยยิ้มสนุกสนานที่มันส่งมาให้ผ่านทางมุมปาก
ไอ้เชี่ย..
“มึง.. อะ”
เสียงของผมขาดห้วงไปในตอนที่มันแกล้งขยำฝ่ามือลงมาหนักๆ
ที่ตรงสะโพก ไม่ว่าจะครั้งไหนผมก็รู้สึกหวั่นเกรงทุกครั้งเพราะเอาจริงๆ ก็ยังทำใจไม่ได้กับเหตุการณ์ที่จะต้องเกิดขึ้นตรงหน้า
ผมยังไม่อยากยอมรับนักหรอกกับเรื่องที่เกิดขึ้นถึงแม้ว่ามันจะหลายครั้งก็ตามที
ทุกวันนี้ยังเฝ้าถามกับตัวเองอยู่เลยว่าทำไมกูจะต้องเป็นฝ่ายถูกกระทำด้วยวะ?
ทำไม ทำไม ทำไม?
มันเป็นอะไรที่ผมไม่สามารถหาคำตอบให้กับตัวเองได้
บางทีผมก็คิดว่าควรจะหยุดทุกอย่างเอาไว้แค่ตรงนี้ นี่มันในรถนะเว้ย
รถของใครก็ไม่รู้..
แต่ในตอนที่มันรั้งสะโพกลงไปบดกับสิ่งนั้นความฝันที่ผมคิดว่าจะขอหยุดแบบดื้อๆ
ก็ต้องพังทลายลงไปในทันที
ผมหลับตาลงแน่นในตอนที่สันจมูกโด่งไล่หอมมายังสันกราม
ฝ่ามือหนายังคงนวดคลึงที่สะโพกกลมมนของผมเรื่อยๆ
อย่างย่ามใจพร้อมกับเสียงหัวเราะหึๆ ที่ดังมาจากลำคอเป็นระยะ
นี่มึงคงจะสนุกมากใช่ไหม?
“อื้อ..”
ริมฝีปากของผมถูกช่วงชิงอีกครั้งในขณะที่กำลังเผลอ
คราวนี้ปลายลิ้นร้อนของมันรุกล้ำเข้ามาหนักกว่าเดิมอย่างไม่บอกไม่กล่าว มือหนาเลื่อนขึ้นมาดึงเสื้อของผมออกไปทั้งๆ
ที่ริมฝีปากยังคงประกับกันเอาไว้
มันเป็นเรื่องยากที่ผมจะขัดขืนเพราะตอนนี้จับต้นชนปลายอะไรไม่ค่อยจะถูกซักเท่าไหร่
ราวกับว่าโดนมันสูบเอาเรี่ยวแรงทั้งหมดที่มีออกไป
ใบหน้าคมคายผละออกไปเล็กน้อยพร้อมกับส่งยิ้มมาให้ผม
ก่อนที่มันจะเอียงไปอีกทางปรับองศาจูบให้พอดีแล้วแนบกลีบปากร้อนลงมาอีกครั้ง
รสจูบที่ร้อนรุ่มมากขึ้นเรื่อยๆ
เรียกให้ผมสอดแขนเข้าไปกอดคอมันเอาไว้อย่างห้ามไม่ได้
ความรู้สึกหลากหลายมันประดังประเดเข้ามาจนไม่รู้ว่าควรจะโฟกัสไปที่จุดไหนก่อน
การปลุกเร้าที่ออกจะดิบและหนักหน่วงทำให้ผมตั้งรับไม่ค่อยจะทัน ทั้งๆ
ที่แอร์ภายในรถยังคงทำงานตามปกติแต่ผมกลับรู้สึกว่าร่างกายมันร้อนมากขึ้นเรื่อยๆ
จนเหงื่อกาฬไหลซึมออกมาตามขมับ
ชิบหายละ..
ผมว่าผมควรหยุด ผมยังไม่พร้อมจริงๆ
“อ..มึง”
“มึงขึ้นนะ..”
“ไม่เว้ย อะ..” ผมสะดุ้งเล็กน้อยในตอนที่มือหนาเลื่อนมาวางทาบเอาไว้ตรงส่วนกลางลำตัว
การกระทำข้างต้นเรียกให้สองข้างแก้มของผมร้อนวูบขึ้นมาอีกครั้ง
ผมขมวดคิ้วเข้าหากันมุ่นเมื่อมันค่อยๆ นวดคลึงเบาๆ ช้าๆ
หากแต่ทุกครั้งที่เน้นย้ำน้ำหนักมือลงมาก็ทำให้ขนอ่อนทั้งตัวมันลุกชันขึ้นมาได้อย่างง่ายดาย
“ก็อยู่ท่านี้ถ้าไม่ขึ้นแล้วจะทำยังไง?”
“มึง..อื้อ พอเหอะ”
ผมเลื่อนมือไปจับข้อแขนของมันเอาไว้แล้วบีบเบาๆ เพื่อบอกให้หยุด แต่ดูเหมือนว่ามันจะเป็นการทำผิดพลาดครั้งใช้ในชีวิตเพราะนอกจากมันจะไม่เอาออกไปแล้วมันยังแกล้งหนักมากกว่าเดิมอีกต่างหาก
โอย.. ไอ่ชิบหาย
ผมไม่ใช่พวกตายด้านนะ
เจอแบบนี้มันโหวงในท้องไปหมดเลย ลมหายใจทุกอย่างแม่งติดขัดไปหมดเพียงเพราะความเสียวแปลบๆ
ที่เกิดจากการโดนปลุกเร้าหนักๆ แบบนี้
“แน่ใจว่าให้พอ มึงตื่นแล้วเนี่ย..”
มันโน้มหน้าเข้ามาใกล้ก่อนจะกดจูบลงมาที่ริมฝีปากของผมเบาๆ มือหนาที่เค้นคลึงอยู่ตรงนั้นยังไม่หยุดการกระทำ
มืออีกข้างแม่งก็ลูบไล้ไปตามแผ่นหลัง มันทำให้ผมอดไม่ได้ที่จะขยับตัวหนี
ก็คนมันจั๊กจี้ให้ทำยังไงวะ
แต่การกระทำทุกอย่างก็ต้องหยุดชะงักเอาไว้เพราะพอขยับนิดหน่อยสะโพกก็เผลอไปเบียดโดนกับไอ้สิ่งที่ตื่นตัวอยู่ในกางเกงของมัน
ความแข็งขืนที่สัมผัสได้ทำให้ผมเผลอกลืนน้ำลายลงคอแบบหวั่นๆ
ผมคิดว่า..
ผมคงไม่รอด
“เรา.. กลับกันดีมั้ยวะ? ย..อย่า” ผมเหยหน้าน้อยๆ
ในตอนที่มือหนาล้วงเข้ามาในกางเกงแล้วทาบผ่ามืออุ่นลงมาตรงส่วนนั้น
การกระทำข้างต้นเรียกให้ผมผละมือออกจากข้อแขนของมันแล้วพยายามดึงกางเกงของตัวเองเอาไว้
แต่ก็กลายเป็นว่าเปิดโอกาสให้มันสามารถกอบกุมแกนกายของผมได้อย่างง่ายดาย
ผมเผลอเกร็งหน้าท้องเล็กน้อยในตอนที่มันเริ่มขยับ
ฝ่ามือหนากอบกำแกนกายที่ถูกปลุกปั่นให้แข็งขืนขึ้นมาก่อนจะทำการสาวรูดเบาๆ
เพื่อให้มันตื่นตัวมาขึ้นกว่าเดิม
“เชี่ย..”
“มึงแข็งขนาดนี้ยังจะกลับอีกอ่อ?”
“มะ..อือ มึงก็พอดิวะ”
ผมก้มลงไปมองฝ่ามือหนาที่เล่นอยู่กับส่วนนั้นของตัวเองก่อนจะกลืนน้ำลายหนืดลงคออีกหน
พยายามสูดลมหายใจเข้าลึกๆ แล้วตั้งสติรวบรวมแรงทั้งหมดเพื่อที่จะดึงแขนของมันออกแต่แม่งก็ถูกทำลายลงไปทุกครั้งเพียงเพราะมันบดนิ้วหัวแม่มือลงมาตรงส่วนปลาย
ผมเผลอสูดปากด้วยความเสียวในตอนที่โดนมันเค้นหนักๆ
จนเริ่มจะมีน้ำปริ่ม ในที่สุดผมแม่งก็ถูกปลุกเร้าจนมันตื่นตัวเต็มที่
ความจริงมันก็ไม่ใช่เรื่องผิดอะไรถ้ามันยอมให้ผมเป็นฝ่ายใส่ตัวเองเข้าไปอะ!
“ละมึงไม่สงสารกูอะ?”
“ฮื่อ.. อะไร?”
“กูก็ตื่นขนาดนี้แล้วยังจะให้ขับรถกลับอีกอ่อ?”
ไม่พูดเปล่ามันยังจงใจเบียดตัวเองขึ้นมาเสียดกับสะโพกของผมอีกต่างหาก
เปลือกตาทั้งสองข้างของผมเผลอหลับลงแน่นพลางข่มความกลัวที่มีมากขึ้นเรื่อยๆ
ให้มันสงบ ริมฝีปากร้อนที่ประทับจูบลงมาทุกตารางนิ้วทำให้ผมรู้สึกผ่อนคลายลงบ้าง
แต่พอมันแกล้งเบียดขึ้นมาอีกผมก็อดที่จะตื่นตระหนกไม่ได้
ถ้าโดนแล้วจะเป็นไข้อีกรึเปล่าวะ?
แล้วครั้งนี้ผมไม่มีตัวช่วยอะไรเลย..
ผมต้องครางให้มันฟังจริงดิ?
เชี่ย
มันโคตรเชี่ย ไม่มีคำไหนที่จะพูดแล้วนอกจากคำนี้
“อ..อึก”
ผมหลุดออกจากความคิดฟุ้งซ่านในตอนที่ริมฝีปากร้อนเลื่อนมางับเม้มที่ตรงยอดอก
ความเสียววาบที่เกิดขึ้นทำให้ขนอ่อนของผมลุกชันซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ร่างกายของผมบิดเร้าเมื่ออีกฝ่ายละเลงลิ้นลงมาตวัดเขี่ยแบบไม่รู้จักพอ
มือหนาที่ทำการสาวเร้าแกนกายอยู่ก็ยังไม่ละลืมหน้าที่ของตัวเอง
มันทำให้ผมจะบ้าตายแล้วในตอนนี้
“ครั้งก่อนๆ
กูอาจจะมีอะไรกับมึงเพราะเมายาหรืออะไรก็แล้วแต่..”
“อะ
อื้อ.. มึง..” ผมสอดแขนเข้าไปกอดรอบลำคอของมันเอาไว้ก่อนจะขยุ้มกลุ่มผมนุ่มนั้นเป็นพักๆ
ในตอนที่มันแกล้งงับเม้มลงมาตรงยอดอก เพียงแค่ปลายลิ้นแตะลงมาดุนเขี่ยก็ทำให้ผมเผลอแอ่นแผ่นหลังเข้าหาอย่างไม่ตั้งใจ
มืออีกข้างก็ยังปรนเปรอให้ไม่ขาด มันทำให้ผมควบคุมตัวเองไม่อยู่จนรู้สึกโมโหแล้วในตอนนี้
“แต่นี่เป็นครั้งแรกที่กูอยากทำให้มึงเป็นของกูเพราะความรู้สึกแบบนั้นจริงๆ”
มันพึมพำไปพร้อมๆ
กับการปลุกเร้าร่างกายของผมให้ปั่นป่วน ริมฝีปากร้อนค่อยๆ
จูบซับจากตรงหน้าอกขึ้นมาจนถึงไหปลาร้า ผมรู้สึกได้ว่ามันจงใจขบเม้มลงไปหนักๆ
สร้างรอย ในทุกจุดที่ริมฝีปากสามารถลากผ่าน
ปลายจมูกโด่งลากพาลมหายใจร้อนมาหยุดอยู่ที่ข้างลำคอ
เรียกให้ผมหลับตาลงแน่นอย่างห้ามไม่ได้
ก่อนจะต้องหดคอหนีเล็กน้อยในตอนที่กลีบปากชื้นแฉะเลื่อนมาขบเม้มอยู่ที่ตรงใบหู
ปลายลิ้นอุ่นที่แกล้งสอดเข้ามากวาดต้อนยังภายในทำให้ผมสะดุ้งแล้วเผลอครางท้วงออกไปหลายครั้ง
บ้าชิบ
“มึงจะยอมเป็นคนสุดท้ายของกูได้รึยัง?”
แต่แล้วคำถามที่อีกฝ่ายเอ่ยออกมาก็ทำให้ผมสามารถรวบรวมสติที่กำลังฟุ้งซ่านให้กลับมารวมกันได้
หันไปสบตากับอีกฝ่ายด้วยความรู้สึกหลากหลายที่ไม่รู้จะใช้คำพูดไหนเพื่ออธิบายมันออกมา
แววตาที่จ้องมองมายังผมนั้นเต็มไปด้วยความคาดหวังและจริงจัง
เราสองคนจ้องหน้ากันอยู่แบบนั้น
มีเพียงเสียงของหอบหายใจและเครื่องยนต์ของรถที่ดังคลอมาให้ได้ยินเป็นระยะ
ผมควรจะตอบว่าอะไร..
“หื้ม ถ้ามึงไม่อยากก็ไม่ต้องทำ”
ลำแขนแกร่งที่กอดรัดเอวเอาไว้ในตอนแรกค่อยๆ
คลายออก เรียกให้ผมกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ก่อนจะเม้มริมฝีปากด้วยความชั่งใจ
รู้สึกอายนิดๆ ที่จู่ๆ มันถามออกมาแบบนี้
แถมไม่พอยังให้ผมเป็นคนตัดสินใจในเรื่องอย่างว่าอีกต่างหาก มันหมายความว่ายังไง
มึงเป็นคนเริ่มเรื่องทุกอย่างแล้วก็ปล่อยค้างไว้ดื้อๆ
ถ้าเกิดว่าผมตอบตกลงก็เท่ากับว่ายอมเป็นของมันแบบเต็มใจอย่างนั้นสินะ
เรื่องอะไร!
“ถ้างั้นกูไม่ทำ..”
ผมจับไหล่ของมันเอาไว้จากนั้นก็ยันกายลุกขึ้นเตรียมที่จะย้ายตัวเองกลับไปนั่งที่เดิม
รู้สึกโล่งใจอยู่ไม่น้อยที่มันยอมให้ผมได้มีตัวเลือกมาถึงขนาดนี้
ยังไงซะก็ถือว่าได้ต่อเวลาหายใจไปอีกซักพัก ผมพูดจริงๆ
ว่าผมยังไม่พร้อมที่จะตกเป็นฝ่ายถูกกระทำทั้งๆ ที่ตัวเองเต็มใจ
ถ้าให้ผมทำมันก็ว่าไปอย่าง
อันนั้นยอมตั้งแต่ตอนแรกแล้ว..
“เห้ย!”
แต่แล้วผมก็ต้องสะดุ้งเมื่อในขณะที่กำลังจะย้ายตัวเองกลับไปที่เดิมจู่ๆ
ลำแขนแกร่งก็สอดเข้ามากอดเอวของตัวเองเอาไว้อีกหน ความเย็นวาบที่แทรกเข้ามาโดนเนื้อสะโพกเรียกให้ผมเบิกตากว้างขึ้นด้วยความตกใจก่อนจะพยายามดิ้นขลุกขลักเพราะรู้ว่าตอนนี้กางเกงได้ถูกถอดออกไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
“กูยังพูดไม่จบเลย”
“ม.. มึงจะทำเชี่ยไร?!”
“กูจะบอกว่าถ้ามึงไม่อยากก็ไม่ต้องทำ เดี๋ยวกูทำเอง”
“เชี่ยไม่เอา! อ้ะ..”
ผมนิ่วหน้าเล็กน้อยเมื่อตอนที่กำลังจะขยับหนีจู่ๆ
ก็ต้องหยุดอยู่กับที่เพราะอีกฝ่ายแกล้งรั้งสะโพกเอาไว้แล้วสอดปลายนิ้วเข้ามาด้านในแบบไม่บอกไม่กล่าว
ความเสียดและอึดอัดพร้อมใจกันเข้ามาทำให้ผมกำมือแน่น
อยู่ในท่านี้คือแม่งหนีไปไหนไม่ได้เลย มันแย่กว่าเมื่อกี๊เสียอีก
“ให้มันรู้ว่าเมื่อกี๊มึงปฏิเสธกู.. ใจร้ายชะมัด”
“ฮื่อ.. ก็กู..” ก็กูยังไม่พร้อม! มึงบอกเองไม่ใช่หรอว่าให้กูเลือก
ไอ่เชี่ย
ผมทำได้แค่ด่ามันในใจเท่านั้นแหละครับ
เพราะอีกฝ่ายเล่นสอดปลายนิ้วเข้ามาจนสุดข้อ ก่อนจะกดครูดไปรอบๆ
ผนังด้านในเพื่อหาจุดกระสัน
พอร่างกายของผมกระตุกเพียงเล็กน้อยมันก็แกล้งย้ำลงมาแบบหนักๆ ไม่รู้จักพอ
ทำเอาเข่าทั้งสองข้างแม่งอ่อนไปหมด เรี่ยวแรงที่จะพูดนี่แทบจะไม่มีอีกต่อไป
ทำได้เพียงแค่ฟุบหน้าลงกับแขนของตัวเองแล้วเม้มปากไว้ก็เท่านั้น
“อ..อื้อ อย่าดิ”
ไอ่คนด้านหลังจับสะโพกของผมยกขึ้นให้อยู่ในท่าที่พอเหมาะก่อนจะถอดปลายนิ้วออกไปแล้วโถมกายเข้ามาซ้อนหลังไว้
ผมเผลอแอ่นแผ่นหลังเล็กน้อยในตอนที่ปลายลิ้นอุ่นลากไล้จากตรงกลางขึ้นมาจนถึงบริเวณหัวไหล่
ก่อนจะรู้สึกโหวงวูบในใจเมื่อรู้สึกได้ว่ามันแกล้งเอาส่วนปลายของตรงนั้นดุนแกล้งอยู่ตรงปากทางไปทั่วอย่างสะเปะสะปะ
“ม..มึง”
“กูรักมึง” มือหนาเอื้อมมาจับที่ข้างแก้มก่อนจะรั้งให้หันไปรับริมฝีปากปากร้อนที่ทาบทับลงมา
ปลายลิ้นหนาสอดเข้ามาเกี่ยวตวัดพร้อมกับมอบความหวานในแบบที่ผมไม่เคยได้รับมาก่อนให้อย่างหวาบหวาม
มันทำให้ความหวั่นเกรงที่มีจางหายลงไปได้บ้าง
เราสองคนแลกเรียวลิ้นกันอยู่ซักพักมันก็เป็นฝ่ายผละออกไป
มือหนาสอดเข้ามาใต้หว่างขาก่อนจะบังคับให้อ้าออกอีกนิดแล้วจับสะโพกแยกออกจากกัน
ผมหลับตาปี๋ลงในทันที
ก่อนจะต้องขมวดคิ้วมุ่นในตอนที่เอ็นร้อนถูกสอดเข้ามาด้านใน
น้ำตาซึมออกมาเล็กน้อยกับสิ่งแปลกปลอมที่ดุนดันเข้ามาช้าๆ จนในที่สุดมันก็มิดด้าม
“ซี๊ด.. ตอดแบบนี้จะฆ่ากูหรอไง”
มันเอ่ยล้อออกมาด้วยน้ำเสียงกระเส่า
เพียงประโยคเดียวที่ทำให้ผมหน้าร้อนวูบวาบไปหมดจนไม่กล้าที่จะหันไปมองด้านหลัง
มันกดแช่ตัวเองเอาไว้แบบนี้ซักพักผมจึงถือโอกาสสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อประคองสติ
มือหนาเค้นคลึงลงมายังสะโพกแบบหนักๆ อย่างหมายจะระบายความเสียวที่เกิดขึ้น
ก่อนที่ร่างกายของผมจะต้องบิดเล็กน้อยในตอนที่มันเริ่มขยับแบบไม่บอกไม่กล่าว
ผมกดใบหน้าลงไปซบกับแขนของตัวเองเพื่อข่มความอึดอัดที่มีไม่ให้มันมากเกินไปกว่านี้
ท่อนเอ็นร้อนที่ถูกดึงออกไปก่อนจะกดเข้ามาใหม่ช้าๆ ทำให้รู้สึกโหวงและเสียวในช่องท้องไปพร้อมๆ
กัน
“อ..ฮึก”
อดไม่ได้ที่จะเผยเสียงออกมาเป็นช่วงๆ
เพราะในตอนที่ช่องทางของผมเริ่มคุ้นชินมันก็เพิ่มความเร็วในการซอยสะโพกเข้าออกไปให้มากขึ้นเรื่อยๆ
ส่วนปลายมนที่กดย้ำลงมายังจุดกระสันทำเอาแขนทั้งสองข้างที่ยันตัวเองไว้นั้นอ่อนเปรี้ยไปหมด
ผมหลับตาลงแน่น จำเป็นต้องกลั้นลมหายใจเป็นพักๆ
เพราะเสียงครางทรยศมันมักจะหลุดรอดออกมาด้วยในทุกครั้ง แล้วผมก็รู้สึกขนลุกแปลกๆ
ในตอนที่ได้ยินเสียงของตัวเอง
“อะ..อ๊ะ”
นั่นไง
มันเชี่ยมาก นี่เสียงกูหรอเนี่ย..
“ซี๊ด มึงไม่ร้องเลย.. เรียกชื่อกูเร็วคนเก่ง”
ฝันไปเถอะแม่ง..
“มะ.. อื้อ” ผมเม้มริมฝีปากแน่นในตอนที่คนด้านหลังซอยแกนกายเข้ามาถี่ๆ
แบบที่ไม่คิดจะเกรงใจ ดูเหมือนว่ายิ่งแกล้งผมได้มากเท่าไหร่มันก็ชักสนุกมากขึ้นเท่านั้น
เสียงเนื้อที่กระทบกันเป็นจังหวะผับๆ
บ่งบอกได้เป็นอย่างดีว่าอีกฝ่ายโถมตัวเองเข้ามาหนักแค่ไหน
“อืม..เร็ว”
มือหนาเลื่อนขึ้นมาสะกิดเขี่ยอยู่ที่ตรงยอดอกทั้งๆ
ที่เอวแกร่งยังคงซอยตัวเองเข้ามายิกๆ สันจมูกโด่งกดหอมลงมาที่แก้มของผมซ้ำๆ
อย่างไม่รู้จักพอ
ก่อนที่มืออีกข้างจะเลื่อนลงไปวางทาบตรงแกนกายเอาไว้แล้วเค้นคลึงเนิบนาบเหมือนอยากจะแกล้ง
มันทำให้ความยับยั้งชั่งใจของผมหายวับไปในพริบตาเพราะทนกลั้นไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว..
“อือ..เชี่ย! อย่า..ซี๊ด อย่าแกล้งกู” ผมเชิดหน้าขึ้นสูดปากออกมาอย่างจำยอม
เรียกให้อีกฝ่ายหัวเราะหึๆ ออกมาจากลำคอด้วยความชอบใจแต่ถึงแบบนั้นมันก็ไม่คิดจะฟังกัน
ร่างสูงแกล้งบดปลายนิ้วลงมาตรงส่วนปลายจนผมอดไม่ได้ที่จะถดสะโพกหนี
แต่กลายเป็นว่ายิ่งทำให้มันสอดตัวเองเข้ามาได้ลึกมากกว่าเดิมเสียอีก
มืออีกข้างก็ยังบีบเค้นอยู่กับยอดอกไม่ยอมเลิก ไหนจะปลายลิ้นร้อนที่แกล้งสอดแหย่เข้ามาปลุกปั่นในโพรงหูนั่นอีก
มันกะจะทำให้ผมตายให้ได้เลยหรือยังไง
การถูกรุกเร้าในทุกจุดที่ไวต่อการสัมผัสพร้อมๆ
กันทำให้สติของผมแตกออกเป็นเสี่ยงๆ
แทบจะแยกไม่ออกแล้วว่าตอนนี้รู้สึกเสียวที่จุดไหนมากกว่ากัน
สิ่งเดียวที่ผมทำได้นั่นก็คือปล่อยเสียงครางออกมาตามที่ใจต้องการแค่นั้น
อีกนิดเดียว..
“อื้อ..มึง อ๊ะ เร็วๆ” ผมเลื่อนมือไปจับข้อแขนของมันไว้ก่อนจะจิกปลายเล็บลงไปในตอนที่มันเพิ่มจังหวะในการสาวรูดแกนกายให้เร็วมากขึ้นไปอีก
ความเสียววาบจากตรงส่วนหัวทำเอาขนอ่อนทั้งร่างกายลุกชันขึ้นมาเป็นรอบที่เท่าไหร่ก็ไม่รู้แล้ว
ในตอนที่เริ่มจะพยุงตัวเองไม่ไหวมือหนาก็ผละออกจากยอดอกของผมแล้วใช้ลำแขนแกร่งนั้นโอบอุ้มเอาไว้
ร่างกายของผมเขยื้อนไปตามแรงกระทั้นที่อีกฝ่ายส่งมอบมาให้ เหงื่อกาฬไหลซึมออกมาเรื่อยๆ
ทั้งๆ ที่แอร์ในรถยังคงทำหน้าที่ของมันได้ดี
ริมฝีปากของผมเผยอออกกว้างในตอนที่เริ่มจะหายใจไม่ทัน
หัวสมองเริ่มจะพร่าเบลอในตอนที่ความรู้สึกทุกอย่างแล่นไปรวมกันอยู่ที่ตรงส่วนกลางของร่างกาย
“ซี๊ดด..มึง”
ไม่ไหวแล้ว.. ผม..
“เรียกกูดิ อ่า.. คนเก่ง”
มันกระซิบเสียงพร่าที่ตรงข้างหู
ในขณะที่จังหวะรักที่ดำเนินต่อไปไม่ได้มีท่าทีว่าจะลดช้าลงเลยซักนิด
แถมไม่พอยังถี่รัวมากว่าเดิมเสียอีก แล้วมึงแม่งบอกให้กูเรียกชื่อแต่ใส่เข้ามาไม่หยุดแบบนี้กูจะเค้นเสียงออกไปยังไงวะ!
โอย ผม..
“เร็ว.. อืม จะมาแล้ว..”
“มึง..อ๊ะ อื้อมึง..”
“ชื่อกูที่รัก.. ซี๊ด ชื่อกู”
ไอ้เชี่ยนี่แม่ง..
ผมบิดสะโพกเร่าในตอนที่มันกดแกนกายเข้ามาจนสุดแล้วซอยแกนกายเข้าออกเป็นจังหวะถี่ๆ
ทุกการกระทั้นย้ำให้ส่วนปลายมนสะกิดเน้นๆ ลงมาตรงจุดกระสันของผมเต็มๆ
ไหนจะฝ่ามือหนาที่คอยทำหน้าที่ของตัวเองไม่ห่างนี่อีก
“จ..อื้อ แจ็ค.. อึก แจ็คสัน..”
“อืม..ดี ซี๊ดด ดี”
ผมกำลังจะบ้า
ผมหลับตาลงแน่นในตอนที่ภาพทุกอย่างมันเริ่มจะพร่าเบลอ
ความเสียวที่พุ่งขึ้นไปจนถึงจุดสูงสุดทำเอาหัวสมองโล่งไปหมด
ราวกับว่าร่างกายกำลังลอยคว้างอยู่ในห้วงอากาศ ใบหูอื้อไปชั่วขณะ ประสาทสัมผัสทุกอย่างในร่างกายพร้อมใจกันหยุดทำงานลงดื้อๆ
มีเพียงจุดเดียวที่สามารถรับรู้ได้นั่นคือส่วนกลางของลำตัว
ผมรู้ดีว่าอาการที่เกิดขึ้นนี่มันคืออะไร
“อ อื้อ..มึง”
ไม่นานความอัดอั้นทั้งหมดที่มีถูกปลดปล่อยออกมาเต็มฝ่ามือหนา
ผมสูดลมหายใจเข้าปอดเฮือกใหญ่ก่อนที่แขนทั้งสองข้างจะพากันอ่อนเปรี้ยลงเสียดื้อๆ
ยังดีที่มันยังกอดผมเอาไว้อยู่ถ้าไม่อย่างนั้นหัวผมคงจะโขกเข้ากับอะไรซักอย่าง
“ซี๊ด.. อ่า”
พร้อมกันนั้นมันก็กดตัวเองเข้ามาจนสุดแล้วปล่อยเข้ามาในกายของผมเช่นกัน
ผมสะดุ้งเล็กน้อยในตอนที่สัมผัสได้ถึงหยาดน้ำอุ่นๆ
ก่อนจะที่ขาทั้งสองข้างจะพากันอ่อนแรงลงในตอนที่มันถอดแกนกายออกไปอย่างไม่บอกไม่กล่าว
ความโหวงวูบที่แทรกเข้ามาแทนที่ทำให้ผมตัวสั่นไปหมด
ไม่มีแรงจะขัดขืนอะไรทั้งนั้นไม่ว่าตอนที่มันดึงผมลงไปนั่งตักหรือกดปลายจมูกลงมาฟัดหอมก็ตามที
ผมหลับตาลงแน่น
ก่อนจะเอนหลังพิงกับแผงอกแกร่งแล้วกลืนน้ำลายหนืดลงคอไปอย่างยากลำบาก
ถึงแม้ว่าข้างในจะรู้สึกโล่งแล้วก็ตาม แต่ตอนนี้ผมยังไม่หยุดหอบ
รู้สึกเหนื่อยราวกับตัวเองเพิ่งจะไปสู้รบกับอะไรซักอย่างมา
ให้ตาย..
พวกโฮสต์ที่ทำงานเป็นฝ่ายรับแม่งทนกันเข้าไปได้ยังไง
“กูรักมึงนะ”
แต่แล้วก็เหมือนว่าโลกมันหยุดหมุนอีกครั้งในตอนที่มันเกยคางไว้บนไหล่แล้วเอ่ยประโยคนั้นออกมาเบาๆ
สองข้างแก้มของผมร้อนวูบจนไม่กล้าที่จะหันไปสบตากับมัน ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าก้อนเนื้อด้านซ้ายที่สั่นไหวรุนแรงอยู่ในตอนนี้มันเป็นเพราะคำพูดเมื่อครู่หรือเป็นเพราะผมเหนื่อยกันแน่
แถมในท้องก็ยังปั่นป่วนราวกับว่ามีผีเสื้อซักร้อยตัวมาบินวนอยู่ด้านใน
บ้าชิบ..
แล้วผมจะยิ้มออกมาทำไม..
“มันอาจจะเร็วไป แต่กูมั่นใจว่ากูรักมึงนะ”
ผมเม้มริมฝีปากเข้าหากันแน่น
ยิ่งมันพูดคำนั้นออกมายิ่งไม่กล้าหันไปสบตา
ตอนนี้บรรยากาศรอบตัวมันกลายเป็นอะไรก็ไม่รู้ จะว่าอึดอัดก็ไม่ใช่
เพียงแต่ผมไม่กล้าที่จะขยับตัวหรือทำอะไรเลยนอกจากหายใจ
ไอ้หน้านี่ก็ร้อนผ่าวไปหมดเหมือนกำลังจะเป็นไข้
อาจจะเขินก็ได้ล่ะมั้ง? หรือนี่จะเป็นผลข้างเคียงจากการที่มันทำผมแบบหนักหน่วงเมื่อสักครู่นี้..
“กูหวงมึงด้วย อย่าไปครางให้ใครฟังนะ”
“เชี่ย”
หากแต่ประโยคที่มันบอกออกมาแบบตรงๆ
นั้นก็ทำให้ผมอดไม่ได้ที่จะด่าเข้าให้
บอกกี่ครั้งแล้วว่าอย่าพูดอะไรแบบนี้ออกมาตรงๆ มันทำให้ผมทำตัวไม่ถูก
“เอ้าด่ากูทำไม กูพูดจริงนะ”
“ไม่ต้องตรงขนาดนั้นก็ได้
มึงคิดว่าเรื่องน่าอายแบบนี้กูจะไปทำกับใครอีก!”
“ทำไงได้ ก็กูเป็นคนตรงๆ” มันยักไหล่
แถมไม่พอยังหัวเราะชอบใจออกมาอีกต่างหาก มือหนาส่งมาบีบแก้มของผมเบาๆ
ก่อนที่ใบหน้าคมคายจะโน้มเข้ามาหอมอีกครั้ง เรียกให้ผมหลับตาปี๋ลงในทันที
โอยขนลุก
ความจริงไอ้หอมก้งหอมแก้มนี่ผมต้องเป็นคนทำไม่ใช่หรอไง
เมื่อก่อนรู้สึกดีมากนะที่ได้ทำกับลูกค้าแบบนี้ มันทำให้ผมรู้สึกมีความมั่นใจ ทำให้ผมคิดว่าผมแมน
ผมแม่งเด็ดเพราะลูกค้าแต่ละรายที่ถูกผมหอมแก้มแม่งก็จะเขินกันทั้งนั้น
แต่ทำไมจู่ๆ
ผมถึงได้เป็นฝ่ายที่ถูกกระทำเสียเอง.. พอมานึกๆ
ดูแล้วก็ยังไม่อยากจะยอมรับซักเท่าไหร่นักหรอก..
“พอเลยแม่ง” ผมเอามือบังแก้มของตัวเองเอาไว้ในตอนที่เห็นว่ามันทำท่าจะโน้มเข้ามาหอมอีกรอบ
“ทำไม? หวงมากหรอไง?”
“เปล่า กูแค่สยิว” ผมบอกออกไปตามตรง
เรียกให้มันขมวดคิ้วเข้าหากันในทันที
“ทำไม? มากกว่านี้กูก็ทำมาแล้ว”
“มึงเลิกย้ำซักทีได้ปะ เอาจริงๆ
คือกูยังไม่อยากยอมรับเท่าไหร่ว่าต้องโดนมึงทำแบบนั้นอะ
เพราะที่ผ่านมากูคิดว่ากูเด็ดมากเลยนะ มึงไม่ลองสลับกันดูวะเผื่ออาจจะติดใจ? โอ๊ย!”
ผมยกมือขึ้นมาลูบหน้าผากของตัวเองก่อนจะขมวดคิ้วด้วยความไม่พอใจ
เพราะยังพูดไม่จบจู่ๆ มันก็ส่งมือมาดีดเสียเต็มแรง
“หยุดฝันเฟื่องได้ละ”
“อะไร กูแค่เสนอแนะ บางทีมึงอาจจะ..”
“ดูเหมือนว่ากูต้องทำให้มึงชินกับการเป็นของกูซะแล้วสินะ”
“ห้ะ..” ผมเบิกตากว้างขึ้นด้วยความตกใจก่อนจะดิ้นขลุกขลักเพื่อขัดขืน
เพราะมันไม่พูดเปล่า แต่ยังมีหน้าเลื่อนมือมาป้วนเปี้ยนแถวๆ
หว่างขาของผมอีกต่างหาก แต่จากเหตุการณ์เมื่อกี๊ที่เพิ่งถูกเล่นมาหมาดๆ
ก็ทำให้ผมไม่มีแรงจะไปสู้กับมันได้เลยซักนิด
ไม่เอาแล้วนะเว้ยแค่นี้ก็จะตายอยู่แล้ว!
“ถ้าไม่ทำบ่อยๆ เดี๋ยวมึงจะไม่ชิน”
“เห้ย เดี๋ยวดิไม่ใช่ตอนนี้..” ทำไมเป็นคนแบบนี้วะแม่ง
นิสัยไม่ดีเลยชอบแกล้งผมอะ! “ไหนบอกจะพากูไปทะเลไง.. ขับรถต่อนะ นะ”
“เดี๋ยวกูพาขึ้นสวรรค์ก่อนละกัน
สวยกว่าทะเลแน่ๆ กูเชื่อแบบนั้น” J
ไอ่เชี่ยนี่แม่ง!!!
♠
กลับไปเม้นให้แนนด้วยนะคะ
ปล. ตอนนี้ยังไม่จบนะ 80% นะคะ